ATP30 เพิ่มทุนขาย PP โตโยต้า ทูโช ไทย โฮลดิ้งส์ ยกระดับ!! Model บริการรับส่ง Smart Mobility


บอร์ด ATP30 อนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียน 16.25 ล้านบาท พร้อมออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพิ่มทุนจำนวน 65 ล้านหุ้น
เสนอขาย PP ให้แก่ บริษัท โตโยต้า ทูโช ไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด จับมือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ พัฒนาเทคโนโลยี ยกระดับ Model บริการรับส่ง Smart Mobility สร้างการเติบโตยั่งยืน

นายปิยะ เตชากูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอทีพี30 จำกัด (มหาชน) (“ATP30”) ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการรถรับส่งพนักงานจากแหล่งที่พักอาศัยในเขตชุมชนไปยังโรรงานอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการโดยเฉพาะรอบเขตนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2564 มีมติให้นำเสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564
เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทจำนวน 16,250,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 154,327,514.50 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ จำนวน 170,577,514.50 บาท
โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 65,000,000 หุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท เสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ให้แก่ บริษัท โตโยต้า ทูโช ไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (TTTH) ในราคาเสนอขายหุ้นละ 0.99 บาท คิดเป็นมูลค่า 64,350,000.00 บาท
ซึ่งการถือหุ้นจำนวน 65,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 9.53% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดภายหลังการเพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัท ซึ่งการชำระในส่วนนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม ปี 2564
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท ในราคาเสนอขายหุ้นละ 0.99 บาท ซึ่งคำนวณจากราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นของบริษัทที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ย้อนหลังไม่น้อยกว่า 15 วันทำการติดต่อกันก่อนวันประชุมคณะกรรมการบริษัทในครั้งนี้
กล่าวคือ ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. 2563 ถึงวันที่ 19 ม.ค. 2564 ราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว จึงเป็นราคาที่ไม่ต่ำกว่า 90% ของราคาตลาดตามประกาศที่ ทจ. 72/2558
โดยวัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุนและเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่ บริษัท โตโยต้า ทูโช ไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (TTTH) ในครั้งนี้ เพื่อเข้ามาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์
และการลงทุนนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาระบบบริหารจัดการการเดินรถ Model Smart Mobility รวมถึงเครือข่ายในการขยายตลาด และความชำนาญในการบริหารที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
TTTH เป็นบริษัทที่มีฐานะทางการเงินมั่งคงและศักยภาพในด้านการลงทุน เป็นผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจและมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับธุรกิจที่หลากหลาย อีกทั้งมีเครือข่ายในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของ ATP30 ในปัจจุบันและในอนาคต
ซึ่งการเข้ามาถือหุ้นของ TTTH จะนำความรู้ความสามารถ รวมถึงประสบการณ์มาส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อให้บริษัทสามารถขยายแผนธุรกิจ ซึ่งบริษัทเล็งเห็นศักยภาพและโอกาสในการเติบโต เพื่อการเพิ่มรายได้ค่าบริการในอนาคต และประโยชน์ของผู้ถือหุ้นโดยรวม รวมถึงการร่วมพันธมิตรทางธุรกิจอันดีต่อกัน” นายปิยะ กล่าวสรุป
Credit: ATP30เพิ่มทุนขายPPโตโยต้า ทูโช ไทย โฮลดิ้งส์ (clicknews.link)

ATP30 ได้ โตโยต้า ทูโช เสริมแกร่งเทคโนโลยี-ขยายฐานลูกค้าวางเป้า 5-6 รายปีนี้


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ม.ค. 64)
นายปิยะ เตชากูล กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอทีพี 30 (ATP30) เปิดเผยกับ”อินโฟเควสท์” ว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 64 จะเติบโตมากกว่า 15% และกำไรสุทธิก็น่าจะเติบโตไปตามรายได้ เนื่องจากการเข้ามาถือหุ้นของพันธมิตรใหม่ คือ บริษัท โตโยต้า ทูโช ไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (TTTH) จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งใน 2 ด้าน ได้แก่ การขยายฐานลูกค้า เนื่องจาก TTTH ให้บริการในอุตสาหกรรมค่อนข้างหลากหลาย บริษัทจึงตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าในปีนี้เพิ่มอีก 5-6 ราย จากปกติจะขยายเพียง 2-3 ราย โดยปัจจุบันที่มีลูกค้าจำนวน 40 ราย

นอกจากนี้ TTTH ยังช่วยเสริมในด้านเทคโนโลยี ซึ่งบริษัทจะมีการนำเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์เข้ามาใช้กับลูกค้า เพื่อเพิ่มความสะดวกมากขึ้น เช่น การติดต่อสื่อสาร (Connectivity) ระหว่างพนักงานขับรถ รถโดยสาร ศูนย์ควบคุม และผู้โดยสาร ให้สามารถมองเห็นกันและกันได้ อย่างแอพพลิเคชันดิลิเวอรี่ และเพิ่มการบริการจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในไตรมาส 1/64 อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีการแบ่งปัน (Sharing) หรือการใช้รถขนส่งสาธารณะร่วมกันเช่น ที่นั่งในรถรับส่งบริษัทหนึ่งเหลือก็สามารถแชร์กับอีกบริษัทหนึ่งเพื่อรับเพิ่มได้

“หลังจากที่เรามีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เราก็จะเห็นในเรื่องของการเดินรถ ที่คาดว่าจะสามารถลดจำนวนการเดินรถเที่ยวเปล่าลงได้ ซึ่งจะช่วยให้เรามีต้นทุนที่ลดลง ขณะที่การขยายตลาดในพื้นที่เดิมก็จะช่วยให้ Economic Of Scale เราเด่นชัดมากขึ้น” นายปิยะ กล่าว

อนึ่ง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 20 ม.ค.64 มีมติออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 65 ล้านหุ้น เสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP) คือ TTTH ที่ราคาหุ้นละ 0.99 บาท คิดเป็นมูลค่า 64.35 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ TTTH เข้ามาถือหุ้นในบริษัทสัดส่วน 9.53% โดยจะมีการนำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ในวันที่ 24 ก.พ.64 คาดว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จภายในต้นเดือน มี.ค.64
ทั้งนี้ TTTH มีบริษัทย่อยอยู่ค่อนข้างมากที่ดำเนินงานให้บริการต่างๆ กับโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาวัตถุดิบ โลจิสติกส์ พัฒนาบุคลากร เป็นต้น ทำให้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจผู้ให้บริการรถโดยสารขนส่งบุคลากรระหว่างแหล่งที่พักอาศัยในเขตชุมชน ไปยังโรงงานอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการ โดยเฉพาะในเขตนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก ของ ATP30 ให้มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับการให้บริการรถโดยสารฯ ในภาวะการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ นายปิยะ กล่าวว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากลูกค้าหลักเป็นพนักงานสายการผลิต แต่จะได้รับผลดีจากการเว้นระยะห่าง (Social Distancing) ทำให้มีความต้องการรถโดยสารเพิ่มขึ้น เช่น ปกติรถโดยสารฯ จะนั่งได้ 40 คน แต่เมื่อมีโควิด-19 ก็จะต้องปฎิบัติตามระเบียบการเว้นระยะห่าง ทำให้จำนวนที่นั่งลดลงเหลือ 20 คน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม บริษัทก็มีแผนที่จะเพิ่มรถโดยสารฯ ในปีนี้อีก 60 คัน เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว วางงบลงทุนรวมทั้งสิ้น 210 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีการซื้อรถใหม่เข้ามาแล้วจำนวน 20 คัน

โดย พชรธร ภูมิคำ/ศศิธร ซิมาภรณ์
Credit: ATP30 ได้ โตโยต้า ทูโช เสริมแกร่งเทคโนโลยี-ขยายฐานลูกค้าวางเป้า 5-6 รายปีนี้

“โควิด” ดันธุรกิจ ATP30 โตขึ้น โรงงานใช้รถบัสเพิ่ม สนอง Social Distancing


ATP30 รับอานิสงส์โควิด-19 รอบใหม่ ลูกค้าขอใช้บริการรถรับส่งเพิ่ม ตอบสนอง Social Distancing พร้อมให้ความร่วมมือ ควบคุมการแพร่ระบาดรถรับส่งสาธารณะเข้มงวด เผยกลยุทธ์กระจายกลุ่มอุตสาหกรรมลดความเสี่ยง ด้านผู้ประกอบการมี ประสบการณ์ปรับตัวรับมือ
นายปิยะ เตชากูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอทีพี 30 จํากัด (มหาชน) หรือ ATP30 ผู้ดําเนินธุรกิจให้บริการรถรับส่งพนักงานจาก แหล่งที่พักอาศัยในเขตชุมชนไปยังโรงงานอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการโดยเฉพาะรอบเขตนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) มีมติยกระดับให้ พื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งบริษัทให้บริการอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
ทั้งนี้ เนื่องจากการให้บริการของ ATP30 ส่วนใหญ่เป็นพนักงานในสายการผลิต ซึ่งไม่สามารถทํางานจากที่บ้านได้ (Work From Home) ส่ง ผลให้มีความจําเป็นต้องใช้รถบริการรถรับส่ง และเพื่อตอบสนอง Social Distancing ตามนโยบายภาครัฐ ทางโรงงานจึงมีความต้องการขอใช้ บริการรถรับส่งเพิ่มขึ้น เพื่อเว้นระยะห่างให้กับพนักงาน โดยบริษัทได้จัดเตรียมรถเพื่อสนับสนุนนโยบายดังกล่าว พร้อมดําเนินการมาตรการ ควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกลยุทธ์กระจายกลุ่มลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม ทําให้บริษัทยังสามารถรับรู้รายได้ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับ ประโยชน์จากวิกฤติโควิด-19 อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมอุปโภคและบริโภค กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงผู้ประกอบการมีประสบการณ์ จึงเชื่อว่าจะสามารถปรับตัวรับมือการแพร่ระบาดรอบใหม่นี้ได้ดีขึ้น
Credit: “โควิด” ดันธุรกิจ ATP30 โตขึ้น โรงงานใช้รถบัสเพิ่ม สนอง Social Distancing – Trans Time News